FANDOM


ฝูงเซิร์ก (อังกฤษ; Zerg Swarm) คือการรวมตัวกันของเหล่าแมลงเอเลี่ยนที่มีวิวัฒนาการล้ำหน้าทางชีวภาพที่น่ากลัวและทารุณ พวกมันมุ่งมั่นใฝ่หาความสมบูรณ์แบบทางพันธุกรรม เซิร์กจะพยายามอย่างไม่ลดละต่อการล่าสังหารและนำเอาพันธุกรรมที่โดดเด่นจากแต่ละเผ่าพันธุ์ในกาแล็กซี่มาใช้ประโยชน์ พวกมันได้ชื่อว่า "ฝูง" เพราะการเพิ่มจำนวนและเพิ่มสายพันธุ์อย่างรวดเร็วรวมไปถึงการบุกโจมตีอย่างไม่ลดละต่อศัตรูของตนเอง

เฉกเช่นโปรตอสและเทอแรน เซิร์กเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของทางช้างเผือกและเป็นที่หวาดกลัวต่อจักรวาล, เป็นที่เกลียดชัง และมักจะโดนล่าอยู่บ่อย ๆ ซึ่งฝูงนี้นั้นเทียบได้กับเป็นอำนาจในโลกที่สามของเขตคอปรูลู นอกจากนี้ยังมีเซิร์กหลงเหลืออยู่นอกเขตคอปรูลูเช่นกัน

ประวัติศาสตร์ Edit

บทความหลัก: ประวัติศาสตร์เซิร์ก
"พ่อขอบอกกฎข้อแรกในการปกครองจักรวรรดินะลูกพ่อ ถ้าหากหัวข้อสนทนาเป็นเซิร์ก จงไปที่แอร์ล็อคซะ"
- อาร์คทูรัส เมงสก์

กำเนิดแห่งฝูง Edit

Zerg SC1 Logo

ตราสัญลักษณ์ดั้งเดิมของฝูง

เซลนากาของเอม่อนได้ค้นพบเซิร์กสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ดาวเซรัส เขาได้ทำการดัดแปลงวิวัฒนาการของเซิร์กโดยตรงเพื่อมอบสิ่งที่เรียกว่าความบริสุทธิ์แห่งสารัตถะ ทำให้พวกเซิร์กเป็นคู่กับโปรตอสที่ได้รับความบริสุทธิ์แห่งกายาไป ความตั้งใจของเขาคือโปรตอสและเซิร์กต้องมารวมร่างกันเพื่อสร้างกองทัพลูกผสมให้แก่เอม่อน ณ จุดนี้เผ่าพันธุ์เซิร์กได้แตกออกเป็นสองสาย หนึ่งคือฝูงเซิร์ก (Zerg Swarm) ซึ่งถูกดัดแปลงและเซิร์กดั้งเดิมที่หลบหนีการควบคุมของเซลนากาของเอม่อน เซลนากาได้สร้างองค์เหนือจิตขึ้นมาเพื่อควบคุมดูแลฝูงและเพื่อป้องมิให้เกิดเหตุการณ์ดังเช่นศึกอสงไขยขึ้นมาอีก องค์เหนือจิตได้เฝ้ามองพัฒนาการของฝูงที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นจึงได้สร้างเซเรเบรทขึ้นมาและแบ่งฝูงใหญ่ออกเป็นฝูงย่อยมากมาย ส่วนเหล่าเซิร์กดั้งเดิมนั้นได้หลบซ่อนตัวเพื่อรักษาความเป็นปัจเจกของตนเองไว้

อย่างไรก็ตาม เซลนากาที่สถิตอยู่ ณ อุลนาร์ก็ได้รับทราบถึงแผนการของเอม่อน พวกเขาจึงออกตามล่าเอม่อนเพื่อหยุดการทำลายล้างวัฏจักรอนันต์ ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าห้ำหั่นกันเหนือดาวเซรัส ฝูงเซิร์กได้ถูกปลดปล่อยเพื่อให้ไปฆ่าเซลนากา พวกเขามากมายได้เสียชีวิตลง ความรู้และความทรงจำของพวกเขาได้รับการถ่ายทอดสู่ฝูงในที่สุด ด้วยการนี้องค์เหนือจิตจึงได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของโปรตอสและคิดว่าพวกเขาจะนำพาความสมบูรณ์แบบมาสู่ฝูง แต่กระนั้นความคิดนี้กลับได้รับการปลูกฝังโดยตรงจากเอม่อนและมันก็ได้พยายามที่จะทำลายแผนการของเอม่อนให้ได้

มหาสงคราม Edit

บทความหลัก: มหาสงคราม
ระหว่างการซึมซับหลากหลายสายพันธุ์และวิวัฒนาการมาตลอดการเดินทางในที่สุดเซิร์กก็เดินทางมาถึงเขตคอปรูลูใกล้กับอาณาเขตของจักรวรรดิโปรตอส องค์เหนือจิตได้มีคำสั่งให้ดูดกลืนเทอแรนเนื่องจากเห็นว่าพลังจิตของพวกเขาจะสามารถใช้ต่อกรกับโปรตอสได้ ในที่สุดโปรตอสก็ตรวจพบเซิร์ก พวกเขาได้ศึกษาถึงที่มาและรู้ว่ามาจากเซลนากาและได้ส่งกองกำลังปฏิบัติการณ์ทางทหารแห่งคอปรูลูออกไปภายใต้การนำของแม่ทัพแทสซาดาร์เพื่อจัดการเซิร์กก่อนที่พวกมันจะตั้งหลักได้

มหาสงครามได้ปะทุขึ้นเมื่อเซิร์กได้รุกรานดาวเคราะห์ของเทอแรน การชำระล้างของโปรตอส, ศึกภายในของเทอแรน ซึ่งมิอาจยุติการรุกรานในครั้งนี้ได้ กลุ่มกบฏเทอแรนนามว่าบุตรแห่งโคร์ฮอลได้ใช้ประโยชน์จากการรุกรานครั้งนี้เพื่อล้มอำนาจสมาพันธ์เทอแรนและสร้างจักรวรรดิเทอแรนขึ้นมาแทนที่ เซิร์กจับตัวซาราห์ เคอร์ริแกนไปในเหตุการณ์ยุทธการทาร์โซนิสและถอยร่นกลับชาร์เพื่อเปลี่ยนแปลงเธอให้กลายเป็นราชินีคมมีด องค์เหนือจิตตั้งใจให้เคอร์ริแกนขึ้นเป็นจ่าฝูงและปลดปล่อยเซิร์กให้พ้นจากเงื้อมมือของเอม่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นสายพันธุ์อื่น ๆ ในกาแล็กซี่กลับมิได้รับรู้หรือสนใจเลย

เซิร์กถูกโจมตีโดยโปรตอสบนชาร์โดยเป็นกองทัพกบฏของแทสซาดาร์เองซึ่งเขาได้ร่วมมือกับนายกองมืดเซราทุลบนชาร์ เซราทุลได้ใช้พลังของดาร์กเทมพลาร์จากสุญญภูมิในการปลิดชีพซาสอย่างถาวร วิธีนี้ก่อให้เกิดช่วงเวลาสั้น ๆ ที่จิตของเขากับองค์เหนือจิตได้เชื่อมต่อกัน ด้วยเหตุนี้มันจึงได้รู้ที่อยู่จริงของไอเออร์ในที่สุด เคอร์ริแกนยังคงอยู่ที่ชาร์ในระหว่างที่ฝูงใหญ่บุกรุกไอเออร์

การต้านทานการรุกรานของเซิร์กนั้นล้มเหลวมาจากความเชื่อมั่นในตนเองมากเกินไปของมหาสภาและสงครามกลางเมืองของโปรตอสที่ปะทุขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ดาวดวงนี้พังพินาศย่อยยับ องค์เหนือจิตได้ย้ายตนเองมาที่ไอเออร์ซึ่งภายหลังได้ถูกพิชิตโดยโปรตอส หลังจากนั้นโปรตอสจึงได้อพยพไปยังชากูรัสอันเป็นมาตุภูมิของดาร์กเทมพลาร์

ศึกสายเลือด Edit

บทความหลัก: ศึกสายเลือด
การตายขององค์เหนือจิตนั้นทำให้ฝูงแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่ายหลัก ๆ คือฝ่ายแดกกอธและฝ่ายของเคอร์ริแกน แดกกอธได้เริ่มกระบวนการให้กำเนิดองค์เหนือจิตที่สองซึ่งเคอร์ริแกนต้องการฆ่ามันก่อนที่มันจะเติบโตเต็มที่และกลับมาควบคุมฝูงเซิร์กอีกครั้งรวมถึงคุมตัวเธอเองด้วย สงครามกลางเมืองของเซิร์กนั้นเริ่มยุ่งยากมากขึ้นเมื่อกองกำลังปฏบัติการทางทหารของคณะผู้นำโลกได้เดินทางมาถึงเขตคอปรูลู พวกเขาพิชิตจักรวรรดิเทอแรนและเข้าควบคุมองค์เหนือจิตที่สองเพื่อใช้เซิร์กเป็นกำลังในการเข้าควบคุมเขตนี้ ยูอีดีได้ใช้เครื่องรบกวนพลังจิตเพื่อกันเซิร์กที่เป็นภัยต่อตนเองออกไป

เคอร์ริแกนได้ชักชวนเทอแรนที่ต่อต้านยูอีดีและกองทัพของโปรตอสเพื่อทำลายเครื่องรบกวนพลังจิต ยับยั้งแผนการยึดครองเขตนี้ของยูอีดีและปลิดชีพองค์เหนือจิต หลังจากนั้นจึงทำให้เธอได้กลับมาเป็นจ่าฝูงทั้งหมดอีกครั้ง ทว่าในเวลาต่อมาเซิร์กได้ทรยศทุกฝ่ายในที่สุด ด้วยเหตุนี้ทางจักรวรรดิเทอแรนที่เพิ่งฟื้นฟูใหม่, กองทัพยูอีดีที่เหลืออยู่ และโปรตอสได้เข้าโจมตีฝูงนี้พร้อมกันแต่ทว่ากลับล้มเหลวในการหยุดเคอร์ริแกน สงครามครั้งนี้จบลงเมื่อทุกฝ่ายต่างถอนกำลังเพื่อฟื้นฟูกองทัพของตนเอง ส่วนเซิร์กนั้นยังคงควบคุมดาวทุกดวงที่เคยยึดครองมา

ช่วงหลังสงคราม Edit

สี่ปีต่อมาฝูงเซิร์กได้พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงจากเทอแรนและโปรตอส ในขณะเดียวกันก็แผ่ขยายอาณาเขตอย่างช้า ๆ และวิวัฒนาการอยู่เรื่อย ๆ เซเรเบรทที่เหลืออยู่ค่อย ๆ ตายลงและถูกแทนที่ด้วยแม่รัง

หลังจากที่ลูกผสมตนแรกได้ตื่นขึ้นมานั้นแผนการของเอม่อนก็ได้รับการส่งผ่านมาถึงเคอร์ริแกน ในขณะที่กำลังสืบเสาะเบาะแสเกี่ยวกับลูกผสมอยู่นั้นเซราทุลจึงได้ทราบว่าเคอร์ริแกนนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันมิให้ฝูงได้เติมเต็มแผนการอันวิปโยคของเอม่อน ดาร์กเทมพลาร์ตนนี้จึงได้ไปเตือนจิม เรย์เนอร์แห่งกองโจรเรย์เนอร์เพื่อการันตีความอยู่รอดของเคอร์ริแกน

มหาสงครามครั้งที่สอง Edit

บทความหลัก: มหาสงครามครั้งที่สอง
มหาสงครามครั้งที่สองได้ปะทุขึ้นเมื่อฝูงได้รุกรานพื้นที่อวกาศของเทอแรนเพื่อค้นหาสิ่งประดิษฐ์ของเซลนากา ด้วยการนี้เทอแรนหลายกลุ่มจึงต้องตกอยู่ในความวิบัติหายนะ กองโจรเรย์เนอร์ได้เริ่มปฏิบัติการณ์ล้มเจ้าแห่งจักรวรรดิเทอแรน ทั้งนี้ทั้งนั้นภายใต้ความช่วยเหลือของมูลนิธิโมบิอุสแห่งมงกุฏราชกุมารวาเลอเรียน เมงสก์พวกเขาจึงได้พบอุปกรณ์ชิ้นนี้ก่อนฝูงเซิร์ก กองทัพผสมของกองโจรและจักรวรรดิได้ร่วมมือกันบุกโจมตีชาร์และได้ใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้เพื่อชำระล้างเคอร์ริแกน ด้วยเหตุนี้ฝูงจึงแตกออกเป็นก๊กหมู่เหล่ามากมาย

เคอร์ริแกนยังคงถูกตามล่าโดยจักรวรรดิอยู่ ด้วยเหตุนี้จึงนำไปสู่การจับกุมเรย์เนอร์และรายงานผลการประหารชีวิตออกมาโดยจักรวรรดิเอง เคอร์ริแกนจึงริเริ่มรวบรวมฝูงขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเป็นเครื่องมือในการล้างแค้นเพื่อตัวเธอเองและเพื่อเรย์เนอร์ ระหว่างนี้เองฝูงได้เดินทางไปยังเซรัสสถานที่ที่พวกเธอได้รวมกลุ่มเข้ากับเหล่าเซิร์กดั้งเดิม นอกจากนี้เคอร์ริแกนยังได้กลายร่างเป็นลูกผสมมนุษย์-เซิร์กดั้งเดิมอีกด้วย ร่างใหม่ของเธอนั้นมีพลังเหนือกว่าร่างเดิมเป็นอย่างมากและปราศจากมลทินของเอม่อนทั้งปวง

ฝูงนี้ได้ค้นพบและทำลายแหล่งผลิตลูกผสมของจักรวรรดิซึ่งนำโดยดร.เอมิล นารูดซึ่งเขานั้นเป็นลูกสมุนของเอม่อน เคอร์ริแกนฆ่านารูดและได้ประจักษ์ถึงภัยที่เขาได้สร้างขึ้นมา เคอร์ริแกนได้มีคำสั่งให้เข้าทำศึกกับเอม่อนทันทีที่โค่นเมงสก์ลงได้

ภารกิจทำลายจักรวรรดินั้นเป็นไปได้ด้วยดี เรย์เนอร์ถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่และถูกช่วยเหลือออกมาจากคุกลับในที่สุด หลังจากนั้นฝูงจึงได้ทำการบุกดาวโคร์ฮอล เคอร์ริแกนได้ฉายเดียวในการบุกพระราชวังโคร์ฮอลและได้ปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิอาร์ทูรัส เมงสก์ หลังจากนั้นฝูงจึงอพยพออกจากโคร์ฮอลเพื่อทำศึกกับเอม่อน

ศึกสุดท้าย Edit

เซิร์กภายใต้การควบคุมของเคอร์ริแกนได้บุกโจมตีฐานของมูลนิธิโมบิอุสที่ได้ตกเป็นทาสของเหล่าลูกผสม ซึ่งฐานทั้งหมดถูกทำลาย หลังจากนั้นเคอร์ริแกนได้ส่งเซิร์กไปยังอุลนาร์แต่ทว่าได้ปะทะเข้ากับลูกผสมของเอม่อน

ในระหว่างการทวงคืนไอเออร์นั้นเดลามได้เข้าปะทะกับสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นเหล่าเซิร์กจรจัดบนพื้นผิวดาวไอเออร์ ทว่าเซิร์กฝูงนี้กลับถูกควบคุมโดยลูกผสมของเอม่อนและได้ใช้กลยุทธนี้โค่นล้มเดลามลง เอม่อนได้ตื่นขึ้นมาและเข้าควบคุมคาลา ฝูงของเอม่อนได้ขับไสไล่ส่งองค์ประมุขอาร์ทานิสและผู้ภักดีในจำนวนน้อยนิดที่เหลือพร้อมด้วยความช่วยเหลือจากลูกผสมและเหล่าคาไลที่ถูกครอบงำทำให้พวกเขาต้องหนีตายจากไอเออร์ไปด้วยยานหอกแห่งอดุน

หลังจากนั้นเอม่อนจึงเปิดใช้งานประตูวาร์ปที่เชื่อมระหว่างไอเออร์และชากูรัสและส่งเซิร์กนับหลายล้านตัวเข้าไปยังชากูรัส เดลามจึงได้อพยพประชาชนทั้งหมดเท่าที่ช่วยได้และในที่สุดดาวทั้งดวงก็ถูกยึดโดยเซิร์ก ในวาระสุดท้ายนั้นแม่เฒ่าโวราซุนได้มีคำสั่งให้อัดพลังงานใส่แท่งผลึกในวิหารเซลนากาจนกระทั่งพลังงานสูงเกิน ด้วยเหตุนี้ชากูรัสจึงถูกทำลายไปพร้อมกับเซิร์กทั้งหมดบนดาว

ฝูงของเคอร์ริแกนยังคงทำศึกอยู่ที่อุลนาร์และได้พบกับเดลามซึ่งช่วยให้เธอเข้าถึงเอกภาวาราม (Temple of Unification) ได้ในที่สุด พวกเขาได้ฝ่ากองกำลังโมบิอุส, กองทัพทัลดาริม และเหล่าลูกผสมไปได้ พวกเขาเข้าไปยังห้องโถงกลางวิหารและได้พบกับซากศพไร้วิญญาณของเซลนากา เอม่อนได้เผยถึงกับดักของเขาและเปิดประตูมิติสู่สุญญภูมิ ฝูงเซิร์กและเดลามจึงต้องร่วมมือกันทำลายสุญญผลึกที่จ่ายพลังให้กับประตูมิติ ทว่าในการต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ฝูงของเคอร์ริแกนเสียหายอย่างหนัก

เดลามได้เปิดศึกกับเซิร์กของเอม่อนอีกครั้งบนดาวเอนดิออนซึ่งพวกมันได้ยึดครองพื้นผิวดาวไว้แล้ว เดลามได้ฝ่าเข้าไปในรังของพวกมันเพื่อปลดผนึกเหล่าผู้ชำระล้างที่อยู่บนยานไซโบรสซึ่งลอยลำอยู่บนวงโคจร หลังจากนั้นรังเซิร์กทั้งหมดก็ถูกทำลาย เมื่อครั้งที่ผ่านพลังหายไปจากไซโบรสนั้นเซิร์กของเอม่อนและลูกผสมก็พากันขึ้นไปบนยานและเข้าทำลายแกนพลังงานหลักของสถานี ทว่าเหล่าเดลามได้ปลุกชีพกลุ่มผู้ชำระขึ้นมาได้และช่วยกันล้างบางเซิร์กทั้งหมดบนสถานี หลังจากนั้นจึงได้ทำการชำระล้างพื้นผิวดาวจากชีวิตทั้งปวงรวมถึงเซิร์กทั้งหมดด้วย

ในระหว่างที่เดลามได้เดินทางกลับมายังไอเออร์ เซิร์กของเอม่อนได้รวมตัวกันเพื่อสร้างแนวป้องกัน พวกมันได้ยึดแอนทิออคและต่อสู้เพื่อป้องกันผลึกเคย์ดารินที่จ่ายพลังงานให้กับเครือข่ายพลังจิต ณ ที่นั่น ทว่ากลับถูกพิชิตลงได้ด้วยน้ำมือของแม่เฒ่าโวราซุนและนายใหญ่อาลาแร็ก ฝูงเซิร์กสร้างแนวป้องกันที่แน่นหนาอย่างยิ่งให้กับแท่งผลึกสุดท้าย แต่ทว่ากลับถูกทำลายลงด้วยกองทัพผสมของเดลามซึ่งนำโดยองค์ประมุขอาร์ทานิสและพวกเขาได้เข้าทำลายผลึกแท่งสุดท้ายลงได้ในที่สุด

เซิร์กของเอม่อนได้เป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องร่างเนื้อของเขาร่วมกับกองทัพเงาแห่งสุญญภูมิและเหล่าคาไลผู้ถูกครอบงำ แต่กลับมิอาจหยุดยั้งเดลามในการทำลายกายหยาบของเขาลงได้ ต่อมาฝูงเซิร์กของเอม่อนได้เข้าจู่โจมเดลามในระหว่างที่พวกเขากำลังทำการเตรียมใช้งานแท่งศิลาเพื่อดึงเอม่อนของจากคาลา แม้จะได้รับการสนับสนุนจากสุวรรณนาวาก็มิอาจทำลายแท่งศิลาลงได้ทันเวลา เอม่อนถูกขับไล่ออกจากจักรวาลวัตถุ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ฝูงเซิร์กบนไอเออร์นั้นไร้การควบคุม

สู่สุญญภูมิ Edit

ณ อุลนาร์ เคอร์ริแกนได้ทำการสร้างฝูงของเธอขึ้นมาใหม่และตามหาเสียงเพรียกหาเธอจากสุญญภูมิ เธอได้รวบรวมกองทัพของจักรวรรดิเทอแรนและกองทัพเดลาม หลังจากนั้นทั้งสามฝ่ายได้เดินทางเข้าไปยังสุญญภูมิเพื่อปิดบัญชีเอม่อนและตามหาต้นตอของเสียงนั้น พวกเขาให้ประตูมิติภายในอุลนาร์เพื่อเป็นทางผ่านไปยังสุญญภูมิแต่กลับถูกโจมตีด้วยกองทัพเงาแห่งสุญญภูมิที่นั้นเอง พวกเขาตามหาเสียงนั้นไปจนกระทั่งได้พบว่าเป็นเสียงของแทสซาดาร์ซึ่งถูกจับขังไว้โดยนารูด เคอร์ริแกนและอเล็กซี สตูกอฟได้นำทัพเซิร์กบุกโจมตีนารูดและกองทัพของเขา และด้วยความช่วยเหลือจากจักรวรรดิและเดลามพวกเขาจึงสามารถไปถึงตัวนารูดได้ สตูกอฟได้จัดการปิดบัญชีนารูดลงด้วยตัวของเขาเองเพื่อเป็นการล้างแค้นที่เขาถูกฆ่าเมื่อหลายปีก่อน

แทสซาดาร์ได้เปิดเผยตัวตนออกมาว่าแท้จริงแล้วเขาคือโอโรสเป็นหนึ่งในเซลนากาตนสุดท้าย เขาบอกว่าเคอร์ริแกนต้องได้รับการจุติเป็นเซลนากาเพื่อสืบต่ออนันตวัฏและเพื่อพิชิตเอม่อน เคอร์ริแกนได้ริเริ่มการซึมซับแก่นชีวิตของโอโรสซึ่ในขณะนั้นเองเอม่อนก็ได้ส่งกองทัพเงาและเพชฌฆาตของเขาไปเพื่อหยุดกระบวนการนี้ ซาการ่าได้นำทัพปกป้องราชินีของพวกเธอภายใต้ความร่วมมือของจิม เรย์เนอร์และอาร์ทานิส การโอนถ่ายแก่นชีวิตเสร็จสิ้น เคอร์ริแกนได้จุติเป็นเซลนากา เธอได้มอบตำแหน่งดูแลฝูงให้กับซาการ่าพร้อมทั้งกำชับถึงบทเรียนที่เธอได้สอนไป

เคอร์ริแกนนำฝูงของเธอโจมตีใส่เอม่อนโดยตรงซึ่งได้รับความร่วมมือจากจักรวรรดิและเดลามเช่นเคย ฝูงของเธอได้ทำลายสุญญผลึกที่ปกป้องตัวเขาไว้และจัดการปลิดชีพเอม่อนด้วยตัวของเธอเอง เมื่อเอม่อนได้ตายไปฝูงจึงกลับไปยังเขตคอปรูลู

ราชินีองค์ใหม่ Edit

"มีคนรายงานมาว่าพบเจอเซิร์กอยู่ที่อาณานิคมรอบนอก คุณเห็นอะไรหรือเปล่า? ถ้าอย่างนั้นช่วยส่งข่าวมาให้ด้วยนะคะ"
- เคท ล็อกเวลล์
ในปี 2508 ฝูงเซิร์กได้กลับมารวมตัวกันภายใต้การนำของแม่รังซาการ่า ในปีนี้เป็นปีที่ยุติสงครามระหว่างฝูงเซิร์ก เดลาม และจักรวรรดิเทอแรน เธอได้ใช้กำลังเข้ายึดดาวชาร์กลับมาพร้อมทั้งดวงดาวรอบ ๆ ชาร์ด้วย ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาถึงการสงบศึกครั้งนี้ ก่อนที่เคอร์ริแกนจะจากไปนั้นเธอได้ให้ของขวัญสองอย่างกับซาการ่า หนึ่งคือการตัดสินใจถึงแนวทางของฝูง การหลีกหนีจากเส้นทางฝักไฝ่สงครามที่เป็นไปได้ สองคือสถานที่ของสิ่งมีชีวิตที่สามารถรับเอาแก่นชีวิตของเซลนากาไว้ได้ ซาการ่าสามารถเก็บรวบรวมแก่นชีวิตที่ว่านี้ได้จากอุลนาร์ ทว่ากลับมีปริมาณเพียงน้อยนิด

ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เซิร์กได้เข้าโจมตีคณะเดินทางของรัฐในอารักขาแห่งอูโมจาที่กำลังเดินทางไปยังจาร์แบนไมเนอร์ และแพร่เชื้อยึดร่างพวกเขาเกือบทั้งหมด

หลายปีต่อมา กลุ่มกบฎแบ่งแยกเทอแรนนามว่ากลุ่มผู้ปกป้องมนุษย์ได้ทำการปล่อยเครื่องแผ่สัญญาณพลังจิตลงบนดาวเคราะห์ของจักรวรรดิ สิ่งนี้ช่วยล่อให้เซิร์กจรจัดเข้ามารุกรานอย่างรวดเร็ว ฝูงเซิร์กจรจัดเข้าโจมตีที่ดาวแอนติกาไพรม์เป็นแห่งแรก หลังจากนั้นเป็นดาวอาณานิคมบอนติฟูล พระจักรพรรดิวาเลอเรี่ยน เมงสก์ได้รีบออกมาชี้แจงกับประชาชนของพระองค์ว่าขณะนั้นทางจักรวรรดิมิได้ทำสงครามกับเซิร์ก ทุก ๆ ครั้งที่กลุ่มผู้ปกป้องมนุษย์ออกมาขับไล่เซิร์กนั้นก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของกองทัพจักรวรรดิที่มีต่อเอเลี่ยน เครื่องปล่อยสัญญาณพลังจิตถูกปล่อยลงบนดาวบอเรีย ซึ่งทางจักรวรรดิได้ถูกสถานการณ์บังคับให้อพยพออกในที่สุด ท้ายที่สุดฝูงเซิร์กจรจัดได้เข้าโจมตีที่ดาวทีราดอร์ 9 อย่างมากมายเมื่อเครื่องปล่อยสัญญาณจำนวนมากถูกปล่อยลง ทว่ากลับถูกโจมตีด้วยทัพมรณะของทัลดาริม หลังจากกองทัพของจักรวรรดิได้รับชัยชนะจากทัลดาริมแล้ว กองทัพของกลุ่มผู้ปกป้องได้ทำการเข้าช่วยเหลือพลเมืองในการกำจัดเซิร์กจรจัด

ในปี 2512 งานทดลองของซาการ่า การผสมแก่นชีวิตของเซิร์กและเซลนากาสัมฤทธิ์ผล ภายใต้การทำงานของอาบาเธอร์ ฝูงได้สร้างอะดอสตรา สิ่งมีชีวิตที่สามารให้กำเนิดชีวิตอื่นได้แม้จะอยู่เฉย ๆ อย่างเช่นที่เซลนากาทำ อาบาเธอร์รู้สึกรังเกียจสิ่งมีชีวิตเหล่านี้และการสงบศึกของซาการ่า ซึ่งเขาเห็นว่ามันสวนทางกับจุดประสงค์หลักของฝูงในการยึดครอง ด้วยเหตุนี้อาบาเธอร์จึงได้ลักลอบเอาแก่นชีวิตของเซลนากาออกมาและนำมันไปสร้างเซิร์กสายพันธุ์ใหม่ นามว่าไคธา เซิร์กที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียงและมีพลังจิตสูงมาก ซึ่งสามารถรบกวนการสื่อสารและสิ่งที่ใช้พลังจิตอื่น ๆ ได้ เขาได้ปรับเปลี่ยนนางพญาตนหนึ่ง นามว่ามูคาฟและนำเธอเข้าร่วมแผนการจุดชนวนสงครามครั้งใหม่ด้วย

ซาการ่าได้นำอะดอสตรามาฟื้นฟูชีวิตที่ดาวกิสต์ ซึ่งเคยได้รับการชำระล้างไปในสมัยมหาสงครามครั้งแรก อะดอสตราได้ทำให้ดาวทั้งดวงกลายเป็นป่าที่เขียวชะอุ่ม เต็มไปด้วยชีวิตมากมาย ไม่นานนักกองทัพของเดลามได้เดินทางมาถึงเพื่อดำเนินการชำระล้างอีกครั้ง ซาการ่าจึงได้ส่งข้อความไปหาพระจักรพรรดิวาเลอเรี่ยน เมงสก์แห่งจักรวรรดิเทอแรนเพื่อขอความช่วยเหลือ และเมื่อเขาได้เดินทางมาถึง ซาการ่าได้ยื่นข้อเสนอทางการทูตพร้อมทั้งบอกว่าฝูงได้เปลี่ยนไปแล้วและยินดีจะช่วยทั้งสองฝ่ายสร้างโลกใหม่ดังเช่นที่ทำกับกิสต์ แม้จะไม่สามารถปักใจเชื่อได้ แต่อาร์ทานิสและวาเลอเรี่ยนยังคงตอบรับคำเชิญในการไปเจอเธอตราบเท่าที่สามารถสำรวจดาวนี้ได้

อย่างไรก็ตาม อาบาเธอร์กำลังดำเนินแผนการอยู่ เขาใช้ไคธาในการบีบบังคับให้กองทัพของเทอแรนของโปรตอสต้องทำลายรังของอะดอสตราไปสองรังจากสามรัง เพื่อหวังจะจุดชนวนสงคราม ซาการ่าโมโหกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ แต่ทั้งสามยังคงสามารถช่วยกันป้องกันรังสุดท้ายไว้ได้ พวกเขากักไคธาออกไปและค้นพบแผนการของอาบาเธอร์ ซาการ่าและกลุ่มสำรวจจัดการมูคาฟและไคธาที่เหลือลงได้ พร้อมทั้งจับกุมอาบาเธอร์ ซาการ่าปฏิเสธที่จะฆ่าอาบาเธอร์ ทว่าจะกักบริเวณไว้ในที่ที่เขาไม่สามารถทำอันตรายได้อีก

ศึกหนึ่งวันสิ้นสุดลงและสงครามที่แท้จริงกำลังถูกกล่าวถึง การพูดคุยเรื่องสันติภาพเกิดขึ้นพร้อมกับการยื่นข้อเสนอของฝูงในการให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูหากทั้งเดลามและจักรวรรดิให้ความช่วยเหลือฝูงเช่นกัน

คุณลักษณะ Edit

Hydralisk SC1 Art2

ไฮดราลิสก์

"ดิฉันคิดว่าพวกคุณคงพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้าอีกครั้ง พวกเซิร์กกำลังเข้ามา โดยธรรมชาติพวกมันมักจะโมโหอยู่ตลอด"
- มาเรน เอเยอร์ส
ข้อมูลที่ถือว่าสำคัญมากคือการตรวจสอบเรื่องสรีรวิทยาและจิตวิทยาของเซิร์กยกตัวอย่างเช่นโครงการเบลล์วูดของสมาพันธ์เทอแรนและโครงการแบล็กสโตนของจักรวรรดิเทอแรน ทุกสายพันธุ์ของเซิร์กนั้นนับได้ว่าเป็นนักฆ่าชั้นดีและมีความสามารถอันเป็นที่ต้องการต่อฝูงในการพังทลายศัตรูของพวกมัน

สรีรวิทยา Edit

"ธรรมชาติจะไม่ทำเพียงแค่ปรับตัว ธรรมชาติจะโกงคุณ มันจะเปลี่ยนแปลงกฎทุกอย่างและแอบแทงข้างหลังในขณะที่คุณกำลังพินิจพิจารณาอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
- มาเรน เอเยอร์ส

ZergPhysio SC1 Art1

ตัวอย่างของกลุ่มเนื้อเยื่อที่แตกตัวเป็นไอออนของเซิร์ก

เซิร์กดั้งเดิมนั้นยังคงลักษณะทางพันธุกรรมของเผ่าพันธุ์เซิร์กไว้ก่อนหน้าการกำเนิดขององค์เหนือจิต ในเวลาต่อมาเมื่อเซิร์กได้แยกตัวออกจากเผ่าพันธุ์ดั้งเดิม ฝูงจึงได้ลดลักษณะทางกายภาพลงเพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อสู้มากกว่า เซิร์กทั้งหมดนั้นมีลักษณะที่อดทนได้สูงและอันตรายอย่างยิ่ง ทั้งเกราะอาวุธโดยธรรมชาติของพวกมันนั้นเทียบได้กับเทคโนโลยียุคใหม่ทางด้านความทนทานและความสามารถในการเจาะทะลุผ่านเกราะ เซิร์กนั้นมีภูมิต้านทานสารเคมีที่ดียิ่งยวดแต่ด้วยธรรมชาติของพวกมันนั้นยังคงทำให้พวกมันแพ้ต่อรังสีบางชนิดอย่างเช่นรังสีซิกมา

เซิร์กทุกชนิดสามารถทำงานได้ในทุกสภาพแวดล้อม บางสายพันธุ์สามารถอยู่รอดได้ในอวกาศ เซิร์กส่วนมากมิได้ปรับตัวเพื่อเดินทางผ่านอวกาศด้วยตัวมันเองทว่าถูกขนย้ายไปโดยเซิร์กที่ตัวใหญ่กว่าอย่างเช่นเลวีอาธาน เซิร์กในอวกาศสามารถกักเก็บออกซิเจนได้มากมายหรือวิวัฒนาการไปโดยไม่ต้องใช้เลยก็ได้

เซิร์กนั้นจำเป็นต้องกินและพักผ่อนแต่ไม่จำเป็นต้องนอนหลับนานและไม่มีช่วงเวลาพักผ่อนที่แน่นอน หากไม่มีการตรวจสอบเป็นช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เซิร์กอาจจะเพิ่มจำนวนจนเป็นอันตรายมากได้ สายพันธุ์ต่าง ๆ ของเซิร์กนั้นรับสารอาหารผ่านครีพแต่ยังคงสามารถกินสัตว์อื่นเป็นอาหารได้หากสถานการณ์บังคับ เซิร์กไม่สามารถแก่ตายได้

สายพันธุ์เซิร์กภาคพื้นดินส่วนมากนั้นมีความสามารถในการขุดโพรงและดูเหมือนว่าจะขุดได้ทุกพื้นผิวโดยใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ ที่สั่นในความถี่ต่ำเพื่อขุดดินหรือหินในที่นั้น ๆ จนดูเหมือนว่าพวกมัน "ว่าย" อยู่ในดิน ความสามารถนี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่งในกลยุทธการซุ่มโจมตี เฉกเช่นการที่เทอแรนและโปรตอสได้ประสบความสูญเสียอย่างมากจากการถูกล้อมด้วยเซิร์กที่เป็นศัตรูโดยฉับพลัน เซิร์กสายพันธุ์ภาคพื้นดินทั้งหมดจะเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นบนครีพเนื่องจากในสสารประเภทนี้ประกอบไปด้วยเส้นใยระดับไมโครซึ่งช่วยให้พวกมัน "ไถล" ไปได้

ก่อนจะฟักออกมาเซิร์กจะแบ่งเซลล์ออกเป็นสองเซลล์โดยธรรมชาติ ประเภท A จะก่อให้เกิดการกลายพันธุ์รูปแบบใหม่ในขณะที่ประเภท B จะกินพวกมันเพื่อเป็นอาหารหล่อเลี้ยง (หรืออาจเป็นได้ในทางกลับกัน) และเมื่อฟักออกมาประเภทของสายพันธุ์นั้น ๆ คือผลลัพธ์ตามทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วินในระดับเซลล์ ซึ่งสิ่งนี้จะสร้างสายพันธุ์ที่เหมาะสมแก่การอยู่รอด

เซิร์กมีความสามารถในการฟื้นฟูที่ดีอย่างยิ่ง กรดอะมิโนแอลฟาของพวกมันประกอบด้วย R group ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้สสารจากเซลล์ที่ตายแล้วรวมเข้ากับโปรตีนทั่วไปเพื่อสร้างเซลล์ใหม่ ในสถานการณ์ปกติเซิร์กจะฟื้นฟูตัวเองได้อย่างไม่มีข้อจำกัดซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเซลล์ที่รุนแรงนี้เป็นผลมาจากกระบวนการนี้และรวมถึงการใช้พลังงานมากมายในกระบวนการนี้เช่นกัน หากให้เวลาสักพักแม้แต่เซิร์กที่บาดเจ็บสาหัสก็อาจกลับมาสุขภาพดีได้ ด้วยเหตุนี้อาณานิคมของเซิร์กก็อาจอยู่รอดได้แม้เหลือเพียงเซิร์กตัวเดียวหรือเหลือเพียงสิ่งก่อสร้างอย่างเดียว มีเซิร์กจำนวนน้อยนิดที่สามารถอยู่รอดจากสงครามได้เพียงไม่กี่นาทีและพวกมันจะพัฒนาขึ้นได้ด้วยตัวเอง พลังอำนาจจะเพิ่มขึ้นทุก ๆ ชั่วโมง เซิร์กจะเรียนรู้จากศัตรูของพวกมันอยู่เสมอและหาทางปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

สิ่งก่อสร้างของเซิร์กนั้นแท้จริงแล้วคืออวัยวะขนาดใหญ่ พวกมันจะรับเอาสารอาหารผ่านทางครีพซึ่งเป็นพรมชีวภาพที่มีความหนามารวมกันประหนึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ สารประกอบ B-5801 คือรากฐานของสิ่งก่อสร้างทั้งปวง

เซิร์กสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ดีเยี่ยมและมีการพัฒนากลยุทธการพรางตัวที่ดีเลิศ

พันธุกรรม Edit

เฉกเช่นเทอแรนและโปรตอส พันธุกรรมขิงเซิร์กนั้นถูกเก็บไว้ในดีเอ็นเอ ในสายเกลียวคู่ อย่างไรก็ตามเมื่อดีเอ็นเอของแต่ละสายพันธุ์วิวัฒนาการไปเรื่อย ๆ การพลิกแพลงก็น้อยลงไปด้วยเช่นกัน นอกจากโอเวอร์ลอร์ดแล้วนั้นสายพันธุ์อื่น ๆ ที่เคยพบเจอโดยเทอแรนล้วนได้รับการผสมปรับปรุงดีเอ็นเอ เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพและจะมีลักษณะทางพันธุกรรมที่คล้ายกับสิ่งมีชีวิตที่ให้กำเนิดมันขึ้นมาอย่างมาก ดร.ทาเลน เอเยอร์สได้ตั้งทฤษฎีขึ้นมาว่าเซิร์กคงไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงในการปรับพันธุกรรมในระดับที่ลึกมาก ๆ กับความสามารถทางพลังจิต เพราะเพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้ความสามารถนี้หายไปได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงคิดว่านี่คือสาเหตุที่ลักษณะทางพันธุกรรมมักจะเหมือนกัน

เซิร์กมักจะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย พวกมันจะใช้ความทารุณของดาวเคราะห์แต่ละดวงเพื่อวิวัฒน์ตนเองอยู่เรื่อย ๆ ในการกลืนกินและเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อื่น ๆ นั้นเซิร์กจะใช้ความพิถีพิถันในการคัดเลือกเป็นอย่างมาก พวกมันจะเลือกเอาสายพันธุ์ที่อยู่บนสุดในห่วงโซ่อาหารและทำลายสายพันธุ์ที่ด้อยกว่าเพื่อป้องกันการผิดเพี้ยนของพันธุกรรมของเซิร์กเอง ทว่าในช่วงเวลาของเคอร์ริแกนนั้นสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป เซิร์กจะทำการดูดกลืนทุกสิ่งอย่างที่พวกมันพบพาน แผนที่พันธุกรรมของเซิร์กจึงมักจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด นอกจากนี้การใช้คำว่า 'mutant' (หมายถึงการกลายพันธุ์ที่จะแปลงพันธุกรรมของสายพันธุ์หนึ่ง ๆ ไปอย่างถาวร) นั้นมักจะถูกตัดสินว่าเป็นการเรียกแบบผิด ๆ

ดีเอ็นเอของเซิร์กนั้นไม่สามารถเข้ากันได้กับดีเอ็นเอของโปรตอส นั่นหมายความว่าพวกมันไม่สามารถแพร่เชื้อเข้าสู่โปรตอสได้เลยในสภาวะปกติ นอกจากนี้พลังจิตของโปรตอส (คาลาและสุญญภูมิ) ยังช่วยปกป้องโปรตอสอีกด้วย โปรตอสเป็นสายพันธุ์เดียวที่เซิร์กไม่สามารถกลืนกินได้ อย่างไรก็ตามดีเอ็นของทั้งสองนั้นสามารถผสมกันได้ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างลูกผสม

ข้อมูลต่อไปนี้มาจากเนื้อหาของสตาร์คราฟท์ 2: ปีกแห่งเสรีภาพและเป็นข้อมูลที่คลุมเครือ
สายพันธุ์ของเซิร์กกลายพันธุ์ที่หายากมาก ๆ นั้นยังคงปรากฏอยู่ในบ่อพันธุกรรมของเซิร์ก

จิตวิทยา Edit

"ผมเคยคิดาก่อนนะว่าการที่จะเอาชนะเซิร์กได้เราต้องมีการซ้อมรบที่ดี กลยุทธที่เลิศเลอและผู้นำที่ดีเยี่ยม แต่ผมคิดผิด คุณไม่สามารถคิดแทนฝูงพวกนี้ได้ คุณซ้อมรบดีกว่ามันก็ไม่ได้ ที่สำคัญคือคุณไม่สามารถทำลายขวัญกำลังใจของฝูงมันได้ ผมไม่ค่อยอยากจะยอมรับเรื่องนี้หรอกนะ แต่เพื่ออะไรที่ง่ายขึ้นผมจะสั่งให้คนของผมยิงทุกอย่างที่เคลื่อนไหว ง่าย ๆ แบบนี้เลย"
- พันเอกโรนัลด์ แจ็คสัน

ZergPhysio SC1 Art2

สมองของไฮดราลิสก์

การสังเกตการณ์และวิเคราะห์ถึงความฉลาดของเซิร์กนั้นนับเป็นเรื่องที่ยาก ทว่าสิ่งที่รู้กันโดยทั่วไปคือพวกมันเป็นเผ่าพันธุ์ที่เจ้าเล่ห์และมีเหตุผลในระดับหนึ่ง แม้ว่ามันจะไม่ใช้เทคโนโลยีใด ๆ เลยแต่พวกมันก็รู้จักและสามารถเปิดระบบแอร์ล็อกหรือประตูทางเดินต่าง ๆ ในอาณานิคมที่มันเข้าโจมตี หากรวมกันเป็นกลุ่มพวกมันจะเข้าโจมตีอย่างฉลาดเฉลียวและประยุกต์ใช้กลยุทธต่าง ๆ ได้ ทว่าหากอยู่เพียงลำพังแล้วโดยธรรมชาติเซิร์กจะเป็นเพียงสัตว์ที่โหดเหี้ยมอำมหิตและแทบจะไม่รู้จักวิธีรักษาชีวิตตนเองเลย การวิวัฒนาการจะถูกกำหนดโดยเซิร์ก "สายพันธุ์แอลฟา" อย่างเช่นเซเรเบรทหรือตัวนางพญา ดร.ทาลิส โคแกนได้เคยกล่าวไว้ว่าเซิร์กนั้นสามารถตัดสินได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ นอกจากนี้เซิร์กยังถูกเรียกได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์แห่งทาสโดยผู้ใดก็ตามที่ควบคุมพวกมันอยู่

การแสวงหาความสมบูรณ์แบบนั้นหยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของเซิร์ก มันทำหน้าที่เป็นเหมือนศาสนาเทียมรูปแบบหนึ่ง แก่นแท้ของความคิดนี้คือการที่เซิร์กได้ไปถึงยังจุดสูงสุดของวิวัฒนาการโดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาอะไรอีกแล้ว การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะพวกมันสามารถปรับตัวเข้าได้กับทุกสภาพแวดล้อมแล้ว

ปริมาณของการควบคุมที่ปรากฏอยู่ในกองทัพของเซิร์กนั้นมีผลต่อระดับสติปัญญาของพวกมัน หากไร้ซึ่งการควบคุมนี้พวกมันจะเป็นได้เพียงสัตว์เดรัจฉานธรรมดา พวกมันจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ในขณะเดียวกันก็ทำลายพวกเดียวกันด้วย เซิร์กเหล่านี้จะถูกเรียกว่าเซิร์กจรจัดและจะเป็นเพียงฝูงชั้นต่ำเท่านั้น ในทางกลับกันเหล่าเซิร์กดั้งเดิมจะยังคงไว้ซึ่งระดับสติปัญญาของตนเองเท่านั้นเพราะไม่ได้เชื่อมต่อจิตกัน

ระหว่างเหตุการณ์ศึกสายเลือดนั้นราชินีคมมีดได้กลายเป็นผู้นำฝูงโดยสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้เธอยังได้สร้างลูกมือที่ฉลาดหลักแหลมอย่างเช่นแม่รังขึ้นมาเพื่อขยายขอบเขตการควบคุมฝูงของเธอให้กว้างขึ้น

เซิร์กมีความสามารถในการตรวจจับสัญญาณพลังจิตและยังไวต่อสัญญาณนี้มาก และบ่อยครั้งที่มีการตอบสนอง (อาจถึงจุดที่สามารถหลุดพ้นการควบคุมได้ชั่วครู่) และพยายามตามหามัน ความสามารถนี้มีระยะการค้นหาที่ไกลกว่าแรงเลอร์ซึ่งเป็นเทอแรนที่มีพลังจิตอ่อน ๆ ที่ถูกจ้างมาเพื่อค้นหาคนที่มีพลังจิตอื่น ๆ

เซิร์กสามารถถูก "ดัดแปลง" เพื่อตัดขาดการเชื่อมต่อจากฝูงใหญ่ได้ จักรวรรดิเทอแรนได้ทำการทดลองนี้ในช่วงต้นปี 2500 โดยใช้เซิร์กลิงก์เพื่อค้นหาคนที่มีพลังจิต

การวาร์ป Edit

Warp SC1 CineTheWarp1

รอยแยกมิติของเซิร์ก

เซิร์กสามารถสร้างรอยแยกมิติเพื่อเข้าไปยังวาร์ปสเปซในการเคลื่อนที่เหนือความเร็วแสงได้ และบ่อยครั้งที่รอยแยกนี้ได้ถูกเปิดออก

ดาวเคราะห์ในปกครอง Edit

บทความหลัก: ดาวเคราะห์ในปกครองของเซิร์ก
เซิร์กมีความสามารถในการถล่มดวงดาวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทว่ามีเพียงจำนวนน้อยนิดที่รองรับพวกมันหรือที่ที่พวหมันเลือกจะอยู่ หลังจากศึกสายเลือดนั้นฝูงเซิร์กได้ถอยร่นกลับชาร์ ในเวลาต่อมาพวกมันยังคงสามารถยึดครองดวงดาวต่าง ๆ ได้โดยง่ายดายอยู่ มีดาวอยู่นับ 100 ดวงที่เคยถูกเซิร์กยึดครองมาก่อน ในปัจจุบันนี้ฝูงยังคงอยู่อวกาศในพื้นที่ที่เคยอยู่เมื่อครั้งเคอร์ริแกนได้ออกตามหาเอม่อน

ข้างล่างนี้คือรายชื่อของดาวเคราะห์และดวงจันทร์ที่เซิร์กเคยยึดครองไว้แม้ว่าจะเป็นเพียงชั่วคราว:

Zerg SC-BW Art1

เซิร์กบนดาวทาร์โซนิส

เกมเพลย์ Edit

หมายเหตุ Edit

เซิร์กโดยทั่วไปจะใช้กองทัพที่รวดเร็วและอ่อนแอซึ่งสามารถสร้างขึ้นหรือสร้างใหม่ได้อย่างรวดเร็วตราบใดที่มีการบริหารทรัพยากรเริ่มต้นได้ดี สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมากของเผ่านี้ เผ่านี้มีการโจมตีที่ดีแต่กลับมีการป้องกันที่อ่อนด้อยกว่าเผ่าโปรตอสและเทอแรน เกมเพลย์ทั้งเล่นเป็นเซิร์กและต่อสู้กับเซิร์กนั้นจะขึ้นอยู่กับทรัพยากรของเผ่านี้เป็นอย่างมาก หากเล่นเป็นเซิร์กแล้วผู้เล่นนั้นต้องเพิ่มพูนทรัพยากรให้มากกว่าฝ่ายตรงข้าม ในทางกลับกันหากต้องสู้กับเซิร์กแล้วผู้เล่นต้องค้นหาทรัพยากรเพื่อทั้งรุกและรับให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

สตาร์คราฟท์ Edit

สตาร์คราฟท์: โกสต์ Edit

สตาร์คราฟท์ 2 Edit

โน้ต Edit

ZealotHydralisk SC1 Cncpt1

หนึ่งในคอนเซ็ปต์ยุคแรกของเซิร์ก (และโปรตอส)

คอนเซ็ปต์ดั้งเดิมของเซิร์กในสตาร์คราฟท์แอลฟานั้นมีชื่อว่า "Nightmarish Invader" ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น "zurg" และเปลี่ยนเป็น "zerg" ในที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาลิขสิทธิ์กับ Pixar โดยมาจากชื่อของตัวละคร Emperor Zurg จากเรื่อง Toy Story ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้นั้นเซิร์กเป็นเผ่าพันธุ์ชีวจักรกล

หลายสายพันธุ์ของเซิร์กนั้นจะมีขากรรไกรเสริมงอกออกมาด้านข้างปากซึ่งสามารถประกบกันเพื่อป้องกันบริเวณปากได้ ยกตัวอย่างเช่นไฮดราลิสก์, เลอร์เกอร์ และตัวนางพญา นอกจากนี้แล้วสายพันธุ์อื่น ๆ ส่วนมากจะมีงาหรือขากรรไกรเสริมอยู่บนหรือใกล้บริเวณปาก

เซิร์กนั้นได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากหลายแหล่ง อย่างเช่นผลงานไซไฟ (เช่น Alien) ไปจนถึงสัตว์ใต้ทะเลลึก

การออกแบบ Edit

อ้างอิงจากแซมไวส์ ไดเดียร์ การออกแบบเซิร์กนั้นสามารถทำได้ดังนี้

  • 1) มีฟันจำนวนมาก
  • 2) เลือกประเภทการโจมตี
    • ระยะใกล้
    • ระยะไกล
    • บินได้
    • ทั้งหมดที่กล่าวมา (เกมดีไซเนอร์ไม่ชอบตัวเลือกนี้มากเพราะมันอเนกประสงค์เกินไป)
  • 3) เลือกรูปแบบ
    • สิบขา
    • หกขา
    • แปดขา
    • งูเลื้อย
  • 4) เลือกอีก 2 ตัวเลือกหรือมากกว่าดังนี้
    • เข็มพิษ
    • จำนวนฟันที่มากขึ้น
    • หางแหลม
    • กงเล็บเป็นซี่ ๆ
    • แผ่นหนามที่หลัง
    • ปีกแมลง
    • หนวดพิษ
    • ปีกค้างคาว
    • ต่อมเก็บกรด
    • จำนวนฟันมากขึ้นอีก
  • 5) เลือกคำนำหน้าชื่อ
    • Rage
    • Omega
    • Spore
    • Ravage
    • Blade
    • Destruct
    • Terror
    • หรือคำอื่น ๆ ที่แสดงถึงความรุนแรงและบ้าคลั่ง
  • 6) เลือกคำลงท้าย
    • -ling
    • -lisk
    • -tor
    • -zor
    • -อื่น ๆ

อ้างอิง Edit

http://starcraft.wikia.com/wiki/Zerg